แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ວາງແຜນຊີວິດ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ວາງແຜນຊີວິດ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561

ไกลแค่ไหน ก็อยู่แค่เท้าเรา...


ต้องมีเป้าหมาย...“เป้าหมายมีไว้พุ่งชน” คำที่คุ้นเคยจากโฆษณาชิ้นหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้สึกคึกคักเมื่อได้ยิน อีกทั้งดนตรีประกอบ ทั้งภาพที่ปรากฏ ยิ่งทำให้เรา “อิน” กับคำๆ นั้น... ผมก็เคยถามตัวเองอยู่บ่อยๆ เหมือนกันว่า “เป้าหมาย” ของเราคืออะไร เป้าหมายของชีวิตที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเราเอง...
...เมื่อก่อน สมัยที่พลังทางความคิดยังไม่มากเท่าปัจจุบัน (ปัจจุบันก็มีเท่าที่มีนี่ล่ะครับ...) ได้ยินคำว่า ตั้งเป้าหมายชีวิต ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวจัง... ตอนเรียนประถม มองเห็นรุ่นพี่ที่เรียนมัธยม อยากเรียนบ้าง แต่ทำงัยได้ มันก็เป็นไปตามขั้นตอน อีกตั้งหลายปี เริ่มจินตนาการไปว่าถ้าตัวเองเรียนมัธยมจะเป็นอย่างไร เห็นภาพตัวเองแต่เครื่องแบบนักเรียนมัธยม เออ ดูดี ในจินตนาการ... พอเรียนมัธยม ก็เริ่มมองไปดูรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัย อยากๆๆ เราต้องทำให้ได้ ก็เริ่มจินตนาการอีกแล้วครับ อยากเป็นนู่นเป็นนี่ เราต้องเรียนคณะอะไรนะ? จินตนาการไปอีกล่ะครับ เออ... เห็นตัวเองเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ดูดีอีกแล้วครับ... พอเรียนมหาวิทยาลัย ก็เริ่มจินตนาการอยากทำงานตามคณะที่ตัวเองเรียนมา ต้องเป็นนู่น เป็นนี่ให้ได้... เมื่อทำงาน ก็เริ่มมองเห็นบุคคลตัวอย่างที่โดดเด่น บอกตัวเองอีกว่า เราต้องเป็นแบบนั้นให้ได้...

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

3 ສິ່ງທີ່ທ່ານຈະໄດ້ຈາກສວນປັນຮັກ...

😍 ...ປັນຮັກ...ຮັກຫຼາຍແທ້ບໍ້...ຫຼາຍຈົນໄດ້ປັນໃຫ້ກັນນໍ້...


...ວັນນີ້ຜູ້ຂຽນແລະທີມງານຄຸນນະພາບ 😉 ໄດ້ມີໂອກາດໄປຍ່ຽມຢາມ "ສວນປັນຮັກ" ທີ່ເມືອງສັງທອງ ນະຄອນຫຼວງວຽງຈັນ...ຫຼັງຈາກທີ່ຜູ້ຂຽນໄດ້ສັນຍາກັບເຈົ້າຂອງສະຖານທີ່ວ່າຈະຫາໂອກາດໄປຍ່ຽມຢາມ ກໍນັບເວລາໄດ້ເປັນປີພູ່ນລະ ແລະ ໃນທີ່ສຸດກໍໄດ້ເຮັດຕາມສັນຍາທີ່ບອກໄວ້...

...ການເດີນທາງໄປ "ສວນປັນຮັກ" ບໍ່ຫຍຸ້ງຍາກ ຖ້າທ່ານອອກຈາກນະຄອນຫຼວງ ທ່ານກໍມຸ່ງໜ້າໄປທາງເມືອງສັງທອງໄດ້ເລີຍ ໄປເລື້ອຍໆ ຈົນຮອດບ້ານຫິນລາດ ທ່ານກໍລ້ຽວຂວາຂ້າງວັດບ້ານຫິນລາດ ແລະ ໄປຕາມທາງເລື້ອຍໆ ປະມານຫຼັກໜຶ່ງ ກໍຈະຮອດເປົ້າໝາຍ "ສວນປັນຮັກ"...

..."ສວນປັນຮັກ" ຕິດກັບຕີນພູ...ອາກາດດີຫຼາຍ...ວັນທີ່ໄປນັ້ນເປັນຊ່ວງໜ້າຮ້ອນ ແຕ່ກໍມີລົມເລື້ອຍໆ...ຖ້າເປັນໜ້າໜາວ ຄົງຈະອາກາດດີຫຼາຍ ເໝາະກັບການກາງເຕັ້ນ ນອນຮັບລົມໜາວ...
...ພື້ນທີ່ເຕັມໄປດ້ວຍພືດພັນຕ່າງໆ ປູກທຸກຢ່າງທີ່ກິນ ກິນທຸກຢ່າງທີ່ປູກ ລ້ຽງເປັດ ໄກ່ ໝູ ສາມາດເປັນບ່ອນໃຫ້ສຶກສາດູງານໄດ້ ຮັບຮອງວ່າບໍ່ຜິດຫວັງ...

ບໍລິເວນດ້ານໜ້າທາງເຂົ້າ ຈະເຫັນອາຄານຫຼັງໜຶ່ງທີ່ໂດດເດັ່ນ ນັ່ນແມ່ນບ້ານທີ່ເຮັດຈາກດິນ ໂດຍຝີມືເຈົ້າຂອງສວນ ຖ້າທ່ານສົນໃຈ ເຈົ້າຂອງສວນເພິ່ນກໍຍິນດີໃຫ້ຄວາມຮູ້...

...ກ່ອນການຍ່າງເລາະເບິ່ງສວນ ເຮົາກໍຖ່າຍຮູບກັນກ່ອນ ເພື່ອຍືນຍັນວ່າມາຮອດ "ສວນປັນຮັກ" ແທ້...
...ທີມງານເທືອນີ້ ປະກອບດ້ວຍ ຜູ້ໃຫຍ່ໃຈດີ ແມ່ສຸພອນ, ນ້ອງນາງສົມພອນ, ນ້ອງລອລ່າກັບລູກຊາຍ, ແລະ ນ້ອງແນະ...ເບິ່ງຈາກຮູບກໍຈະເຫັນວ່າ ມີຄວາມສຸກກັນຫຼາຍ 😄

..."ສວນປັນຮັກ" ມີແນວຄິດທີ່ເລິກເຊີ້ງ ຈາກທີ່ໄດ້ລົມກັບເຈົ້າຂອງສວນ...ເພິ່ນບອກວ່າ ມາສວນແລ້ວ ຈະໄດ້ 3 ຮັກ...ຮັກທີ່ໜຶ່ງ ແມ່ນຮັກສະພາບແວດລ້ອມ ຮັກໂລກ ຍ້ອນວ່າຢູ່ສວນນີ້ ບໍ່ໃຊ້ສານເຄມີ ເນັ້ນກະສິກຳທຳມະຊາດ ເນັ້ນການຈັດລະບົບນິເວດແບບທຳມະຊາດ ໃຫ້ທຳມະຊາດຈັດການຕົວເອງ ຕົວຢ່າງ ເມື່ອມີແມງໄມ້ຫຼາຍ ມັນກໍກັດຕົ້ນໄມ້ ໃນຂະນະດຽວກັນ ໄກ່ທີ່ລ້ຽງໄວ້ກໍມາຈິກກິນແມງໄມ້ນັ້ນ...

...ຮັກທີ່ສອງ ແມ່ນຮັກສຸຂະພາບ ພືດຜັກຕ່າງໆ ຢູ່ນີ້ ໃຫ້ໝັ້ນໃຈໄດ້ເລີຍວ່າ ບໍ່ໄດ້ໃຊ້ສານເຄມີ ກິນໄດ້ຢ່າງສະບາຍໃຈ ຜູ້ຂຽນເອງກໍໄດ້ຮັບອານຶສົງຈາກຄວາມໃຈດີຂອງເຈົ້າຂອງສວນຢູ່ເລື້ອຍໆ...

...ຮັກທີ່ສາມ ແມ່ນຮັກເພື່ອນມະນຸດ ການແບ່ງປັນບົດຮຽນ ປະສົບການ ເພື່ອເປັນແນວທາງໃນການໃຊ້ຊີວິດ ການເປີດມຸມມອງໃຫ້ກວ້າງ ເຮັດໃຫ້ຄົນມີທາງເລືອກຫຼາກຫຼາຍຂຶ້ນ ໃນການຕັດສິນໃຈເຮັດເລື່ອງໃດເລື່ອງໜຶ່ງ...ໃນບ້ານດິນນີ້ ເປັນບ່ອນທີ່ທີມງານເຮົາໄດ້ນັ່ງລົມກັນ ແລກປ່ຽນປະສົບການນຳກັນກ່ອນທີ່ເຮົາຈະເດີນທາງກັບນະຄອນຫຼວງໃນວັນນັ້ນເລີຍ ເລື່ອງເລົ່າຈາກປະສົບການເຈົ້າຂອງສວນ ປະສົບການຂອງຜູ້ໄປຍ່ຽມຢາມ ໄຫຼອອກມາຄືນ້ຳຕົກກະບໍ່ປານ 😲 ຢ່າງໜ້ອຍກໍເຮັດໃຫ້ເຮົາໄດ້ເຫັນມຸມມອງທີ່ແຕກຕ່າງ ອັນໃດເອົາໄປໝຸນໃຊ້ໄດ້ກໍເອົາໄປ ນັ້ນລ່ະ ແມ່ນຈຸດປະສົງຂອງການແລກປ່ຽນຮຽນຮູ້ນຳກັນ...
...ພື້ນທີ່ບ່ອນນີ້ ໃຫ້ບໍລິການດ້ານສະຖານທີ່ສຳລັບກອງປະຊຸມ ແບບສະບາຍໆ ນັ່ງລົມກັນ ແຕ່ງກິນກັນເອງ ບັນຍາກາດດີຫຼາຍ ງຽບ ສະຫງົບ...

...ປັນຮັກ ບໍ່ແມ່ນແຄ່ສວນຈະປັນໃຫ້ເຮົາ ແຕ່ພໍຄິດເບິ່ງຄັກໆ ແລ້ວ ຕົວເຮົາເອງຕ່າງຫາກ ທີ່ຈະເປັນຜູ້ປັນ...ປັນໃຫ້ກັບຕົວເອງ ປັນໃຫ້ກັບທຳມະຊາດ ແລະ ປັນໃຫ້ກັບເພື່ອນຮ່ວມໂລກ...


...ສຸດທ້າຍ ແຕ່ບໍ່ແມ່ນທ້າຍສຸດ ຂໍຂອບໃຈເຈົ້າຂອງສວນໃຈດີ ເອື້ອຍບຸດສະດີ ທີ່ໄດ້ເປີດພື້ນທີ່ຮຽນຮູ້ ທີ່ບໍ່ແມ່ນແຄ່ເລື່ອງເຕັກນິກວິຊາການ ແຕ່ເປັນພື້ນທີ່ຊີວິດ ສຳລັບຜູ້ທີ່ສົນໃຈແລກປ່ຽນ ຮຽນຮູ້ມຸມມອງໃໝ່ໆ...ວັນດຽວຄົງຈະບໍ່ພໍກັບການຮຽນຮູ້ ຍ້ອນຄົນເຮົາຮຽນຮູ້ຕະຫຼອດຊີວິດ ດັງນັ້ນ ຄົງຈະມີໂອກາດໄດ້ໄປຍ່ຽມຢາມອີກເມື່ອມີເງື່ອນໄຂ...

...ຜູ້ໃດສົນໃຈຂໍ້ມູນ "ສວນປັນຮັກ" ສາມາດຕິດຕໍ່ຜູ້ຂຽນທາງອີເມວເດີ້...ຂອບໃຈ 🙏




วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

3C...สูตรสำเร็จนั้นมีมากมาย แต่จะสำเร็จหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...ตอนสุดท้าย

...ครับ ในตอนที่ผ่านมา ลูกศิษย์กับอาจารย์ก็ได้สนทนากันเรื่อง "3C" เป็นแนวทางไปสู่ความสำเร็จ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ "เครื่องมือกำกับการเดินทางสู่เป้าหมาย" ครับ...

...Clarity คือ C ตัวที่หนึ่งที่ได้คุยกันไป หมายถึงความชัดเจนในสิ่งที่เราจะทำ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราก็ต้องชัดเจนว่า เป้าของเราคืออะไร จะทำอะไร จะทำไปทำไม ไปถึงไหน ไปอย่างไร เจอปัญหาจะแก้ไขอย่างไร ความเปลี่ยนแปลงคืออะไร และ จะวัดผลอย่างไร...

...C ตัวที่สองคือ Consistency ครับ หมายถึง ความสม่ำเสมอ...เป็นการบอกถึง "จังหวะก้าว" บอกเวลา บอกถึงกระบวนการ ว่าจะต้องทำอะไร เมื่อไหร่ ระยะเวลาห่างกันมากน้อยแค่ไหน...กระบวนการ จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะทำเมื่อไหร่ ทำนานแค่ไหน ด้วยวิธีอย่างไร เพื่อที่จะเชื่อมโยงไปหากิจกรรม หรือเรื่องต่อไป...

...เปรียบเทียบกับการวางแผนเดินทางไปที่จุดหมายหนึ่ง เราก็จะกำหนดว่า เราจะออกจากจุดที่หนึ่ง ไปหาจุดที่สอง จะใช้เวลามากน้อยขนาดไหน ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นระหว่างทางบ้าง...และจากจุดที่สองไปหาจุดที่สาม และ ต่อๆ ไปจนถึงจุดหมาย...เราก็ทำตามที่กำหนดไว้ นี่ล่ะครับที่เรียกว่า จังหวะก้าว...

...C ตัวสุดท้ายครับ Continuity หมายถึง ความต่อเนื่อง...จากมุมมองของผู้เขียน ความต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การทำอะไรก็ตามสามารถบรลุได้...ความต่อเนื่อง เป็นเรื่องของการทำไปแบบไม่หยุด ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่ขาดตอน...

...ความต่อเนื่อง ก็ต้องอาศัยศิลปะในการบริหารเช่นกันครับ เช่น เวลาเราเจอกับปัญหา เราจะแก้ไขอย่างไร มองปัญหาในมุมไหน มุมท้าทาย มุมสุดแย่ มุมแบบช่างมันเถอะ...มุมมองส่งผลต่อผลต่อความต่อเนื่องครับ ดังนั้น เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะไม่ให้จังหวะก้าวของเราสะดุด หรือถ้าสะดุด ก็ต้องไปต่อให้ได้...ผู้เขียนจะถามตัวเองเสมอเมื่อเจอปัญหา คำถามนั้นคือ "What is next?" เราก็จะไปต่อได้โดยไม่ติดกับดักทางความคิด หรือจมอยู่กับการถามว่า "ใครผิด" ครับ...หรือบางคนก็ใช้วิธีถามตัวเองเมื่อเจอปัญหา ประเภทกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ว่า "เป้าหมายของเราคืออะไร เราต้องการเห็นอะไร" นี่ก็จะทำให้เราไม่หลงทาง และกลับคืนมาสู่จังหวะก้าวของเราได้ง่ายขึ้น...

...ถ้าหากพิจารณา 3C ในฐานะเครื่องมือกำกับการเดินทางสู่เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต เรื่องการวางแผนโครงการ การวางแผนพัฒนาคน พัฒนาองค์กร เราก็จะเห็นความลงตัวของการผสมผสานทั้ง 3C นี้อย่างลงตัว...

...การที่เรามี "ความชัดเจน" ว่าจะทำอะไร เพื่อให้บันลุอะไร ก็มีความสำคัญ เป็นการวางเป้าหมายว่าเราต้องไปให้ถึง...

...การวาง "จังหวะก้าว" ที่มีความสม่ำเสมอ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าจะต้องทำอะไร เมื่อไหร่ มีระยะเวลาสั้นยาว ความถี่มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย...

...และ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่กำหนดไว้ตามแผน เราก็ต้องมี "ความต่อเนื่อง" เป็นตัวขับเคลื่อนจังหวะก้าว ให้มันไปให้ได้...

...ก็ลองๆ ดูนะครับ...ข้อคิดมีอยู่มากมาย ทั้งจากคนอื่น และจากตัวเอง สำคัญตรงที่เราจะลงมือทำเมื่อไหร่ เพื่อให้ได้เห็นประโยชน์นั้นจริงๆ...ไม่ลองไม่รู้ครับ (สิ่งดีๆ นะครับ) แล้วคุณก็จะพบกับความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวท่านเองครับ...😊

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

ต้องกล้าเข้าไว้...สูตรสำเร็จนั้นมีมากมาย แต่จะสำเร็จหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...ตอนที่ ๙

..."อาจารย์ครับ...3C สูตรนำไปสู่ความสำเร็จที่จำได้ง่าย และทำได้ง่ายๆ นี่ มันจริงหรือเปล่าครับ...ผมคิดว่า ตอนพูดนี่มันง่ายครับ แต่ตอนทำนี่ล่ะ มันคงจะยากแน่นอนเลยครับ..." ลูกศิษย์มีสีหน้ายุ่งยากใจ 😒

..."คุณลงมือทำหรือยังล่ะ..." 😊

..."ยังครับอาจารย์...แค่คิดผมก็ว่ามันคงจะยากสุดๆ ล่ะครับ..."

..."นั่นล่ะ มันก็ยากเพราะความคิดนี่ล่ะ ถ้ายังไม่ได้ทำ เราจะบอกว่ามันยาก มันจะเป็นการตัดกำลังใจตัวเองนะ..."

..."มันก็อดคิดไม่ได้นี่ครับ อาจารย์...ปกติคนเราก็ต้องคิดก่อนทำอยู่แล้วครับ ถ้าไม่คิดก่อน เราก็ไม่รู้นี่ครับว่าจะต้องทำอะไร..."

..."คุณต้องแยกเรื่องการคิดก่อนทำ กับความยุ่งยากใจก่อนลงมือทำครับ...เราคิดเพื่อสร้างทางเลือก หาทางที่เหมาะสมที่สุด ถ้าคิดได้ คิดออกว่าจะทำอะไรบ้าง นี่เป็นการดีครับ...จากนั้นก็ลงมือทำ ทำในสิ่งที่คิดว่าจะทำครับ...ความทุกข์ใจของการคิดแล้วไม่ทำ เกิดขึ้นมาจากเราไม่เชื่อสิ่งที่เราคิดมา ก็เลยทำให้เรายุ่งยากใจครับ...แต่ถ้าเราเชื่อในสิ่งที่เราคิดมาว่าเป็นไปได้ เกิดประโยชน์จริง ก็ไม่ต้องคิดมากให้วุ่นวายอะไรจนเกินไป..."

..."อาจารย์ครับ แสดงว่าเราต้องกล้าที่จะทำความคิดของเราให้เป็นจริง ใช่มั๊ยครับ?"...

..."ใช่แล้วครับ...ความกล้า จะพาให้เราได้เริ่มในสิ่งที่เราคิดไว้แล้ว ทำด้วยความมั่นใจครับ..."

..."ถ้าอาศัยความกล้าอย่างเดียว ก็ไม่ต้องคิดมากล่ะครับ อาจารย์..." 😄

😊..."ถ้ากล้าทำ โดยไม่ได้คิดอะไรก่อน เขาเรียกว่า ทำตามอารมณ์ชั่ววูบ...แต่ถ้าคิดได้แล้ว ไม่กล้าทำอะไรซักที เขาเรียกว่า คนคิดมาก...ความมั่นใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยความกล้าในการทำสิ่งที่เรามั่นใจ..."

..."ผมคิดว่า มันเกี่ยวข้องกับความชัดเจนครับอาจารย์...C ตัวที่หนึ่ง...ถ้าเรามั่นใจว่า เป้าหมายของเราคืออะไร เราจะทำอะไร เราจะทำไปทำไม เราจะไปถึงไหน เราจะไปยังงัย ถ้าเกิดปัญหาขึ้นเราจะแก้ไขยังงัย ความเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการให้เกิดขึ้นคืออะไร และ จะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว ก็แสดงว่าเราได้ทำ C ตัวที่หนึ่งแล้ว..." 😉

😄..."ครับ ใช่ครับ...คุณมาถูกทางแล้วครับ..."

..."แสดงว่า กิจกรรมอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้น ก็เป็นผลจากที่เราชัดเจนว่าเราต้องการเห็นอะไรครับอาจารย์..."

..."นั่นก็ใช่ครับ...😊...มาถึงตอนนี้ คุณก็คงจะเข้าใจเป็นอย่างดีแล้วว่า ถ้าเรากำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน สิ่งอื่นๆ ที่ตามมาก็จะชัดเจนตามมาเป็นเหมือนห่วงโซ่...ถ้าไม่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น สิ่งที่ตามมาก็จะไม่ชัดเจน และ ถ้ายืนยันจะทำต่อไป ไม่มีการแก้ไข ปรับปรุง มันก็จะพังทลายไปในที่สุด..."

..."ครับ อาจารย์...😍"

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

เล็กๆ ใช่เลย...สูตรสำเร็จนั้นมีมากมาย แต่จะสำเร็จหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...ตอนที่ ๘

...บทสนทนาของลูกศิษย์กับอาจารย์ เริ่มต้นขึ้นในตอนเช้าของวันหนึ่ง...

..."อาจารย์ครับ...ผมได้กำหนดเป้าหมายชีวิตของผมมาแล้วครับ กว่าจะทำได้ก็ใช้เวลานานพอสมควรเลยครับนี่...กว่าจะค้นหาสิ่งตัวเองรักได้ชัดเจน ก็ต้องถามตัวเอง ถามแล้วถามอีกว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองรักจริงหรือเปล่า...ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่เลยครับอาจารย์..."

...อาจารย์ก็อมยิ้ม และบอกกับลูกศิษย์ว่า "ไม่ง่าย และก็ไม่ยาก...ส่วนมากคนเรายุ่งยากกับความคิดทั้งนั้นล่ะครับ แต่พอได้คำตอบ มันก็ง่ายขึ้นมาทันที...ต้องเปลี่ยนความคิดออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ คิดแล้วเขียนออกมา นั่นก็เป็นวิธีนึง..."

..."ครับอาจารย์...แล้วทีนี้ ผมจะไปต่อยังงัยครับ มีเป้าหมายชีวิตแล้วนี่..."

..."อย่างที่อาจารย์บอกล่ะครับ ว่าเราต้องเปลี่ยนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ให้เป็นรูปธรรม...ลองเขียนสิ่งที่ตัวเองจะทำในแต่ละวันออกมาดูครับ สิ่งที่เราทำแล้วมีพลัง หมายถึงว่าทำแล้วมีความพึงพอใจ เบิกบานใจ มีประโยชน์กับคนอื่นและสังคม...มันมีเหตุผลนะ ที่เราต้องเขียนออกมาเป็นวันๆ นี่..."

..."เพราะว่าเราต้องเริ่มจากตัวเรา จากสิ่งเล็กๆ ที่มีพลังครับ อาจารย์...ถึงแม้ว่าเราจะคิดทำเรื่องใหญ่ขนาดไหนก็ตาม อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ เราก็ต้องเริ่มจากสิ่งเล็กๆ อยู่ดี...ผมมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนขึ้น ผมก็ต้องลงมือทำ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายครับ..."

..."แสดงว่าคุณก็คงเข้าใจแล้วนะครับ ว่าเราจะต้องเขียนสิ่งที่เราจะทำออกมาแบบไหน..."

..."รู้แล้วครับอาจารย์...สิ่งที่ผมจะทำในแต่ละวัน จะต้องเป็นสิ่งที่จะส่งผลให้ผมได้บรรลุเป้าหมายชีวิตของผมที่ได้ตั้งไว้ครับ จะสำเร็จหรือเปล่านั้น มันเป็นอีกเรื่องนึงนะครับอาจารย์...ผมคิดว่าเราต้องลงมือทำ มันจึงจะเกิดผลครับ..."

..."ครับ...อาจารย์มีแนวคิดที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จมาฝากพิจารณา..."

...3C...Clarity...Consistency...Continuity...

..."อาจารย์กำลังจะบอกว่า ถ้าผมนำแนวคิดนี้ไปประกอบกับสิ่งที่ผมจะทำในชีวิตของผม ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น ใช่มั๊ยครับ..?"

..."ครับ...ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกันไปทีละ C ครับ..."

..."ครับ อาจารย์..." 😊😊

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561

Ikigai...สูตรสำเร็จนั้นมีมากมาย แต่จะสำเร็จหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่อง...ตอนที่ ๒

...การสนทนาระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ลูกศิษย์ได้ถามถึงสูตรที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ...

"สูตรที่อาจารย์บอกว่า ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน กำหนดวิธีการไปถึงเป้าหมายให้ละเอียด และลงมือทำให้ต่อเนื่องนี่ มันเป็นยังงัยครับอาจารย์...?"

"เรามาดูกันไปทีละตัวนะครับ...การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ก็คือการกำหนดสิ่งที่เราต้องการบรรลุ ผลที่ต้องการเห็น อยากเห็นอะไร อยากให้เกิดผลอย่างไรนั่นล่ะครับ..."

"อาจารย์ครับ...ถ้าเปรียบเทียบกับการทำโครงการ ก็หมายถึงผลที่จะเกิดขึ้น ผลที่จะได้รับจากโครงการ ใช่มั๊ยครับ?..."

"ถูกต้องครับ...สิ่งที่เราอยากบรรลุ นั่นคือเป้าหมายครับ..."

"ถ้าอย่างนั้น ก็คงไม่ยากเท่าไหร่ครับอาจารย์...ผมคิดว่ามันมีกระบวนการในการกำหนดเป้าหมาย มีการคิดอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยง เป็นเหตุเป็นผลครับ...แต่ที่ผมสนใจ เป็นเรื่องการกำหนดเป้าหมายชีวิตน่ะครับอาจารย์ ทำไมมันถึงยุ่งยากจังเลยครับ...อาจารย์คิดเหมือนผมมั๊ยครับ?"

อาจารย์มองดูหน้าลูกศิษย์ ก็เข้าใจถึงความยุ่งยากที่แสดงออกทางสีหน้า...อาจารย์ก็ตอบลูกศิษย์ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า "การกำหนดเป้าหมายชีวิตคนเรา มันก็ไม่ได้ต่างจากการกำหนดเป้าหมายของโครงการหรอกครับ เพียงแต่ว่ามันมีความละเอียดอ่อน มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลายเรื่อง...อาจารย์เองก็เคยใช้วิธีการต่างๆ ในการกำหนดเป้าหมายชีวิตมาเหมือนกัน...บางครั้งใช้วิธีการถามตัวเองว่า ถ้าเรามีชีวิตอีกหนึ่งปี เราจะทำอะไรบ้าง ถามแบบนี้จะทำให้เราได้แผนระยะสั้นนะ แต่ถ้าแผนระยะยาว อาจารย์จะถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร เรามีเป้าหมายชีวิตแบบไหน..."

ลูกศิษย์สงสัยหนักเข้าไปอีก..."อ้อ ครับอาจารย์...แล้วอาจารย์เกิดมาเพื่ออะไร มีเป้าหมายชีวิตแบบไหนครับ?..." ลูกศิษย์ถามพร้อมกับหัวเราะ...อาจารย์กับลูกศิษย์มองหน้ากัน แล้วหัวเราะพร้อมกัน แล้วอาจารย์ก็ตอบว่า "ไม่รู้เหมือนกันครับ..."

"มันก็พอมีสูตรสำเร็จ พอเป็นแนวทางครับ...ผมอ่านหนังสือเล่มนึง เขาบอกไว้ว่า ในการกำหนดเป้าหมายชีวิตเรา มีอยู่ ๔ เรื่อง ที่ต้องค้นหาให้พบครับ..."

"ผมคิดว่า ต้องมีเงินทอง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีเพื่อน มีการงานทำที่ดีๆ ใช่มั๊ยครับอาจารย์...?"

"ที่คุณว่ามาก็ใช่นะ ตามความคิดเห็นของคุณ...ตอนนี้ลองมาพิจารณาสิ่งที่อาจารย์จะเล่าให้ฟังนะครับ...เรื่องที่หนึ่ง ต้องรู้ก่อนว่า เรารักที่จะทำอะไร สิ่งที่เรารักคือหลงไหลกับสิ่งนั้น ไม่ต้องมีใครบอกให้ทำ...เรื่องที่สอง เป็นสิ่งที่เราถนัด มีความชำนาญ เกิดจากการปฏิบัติและฝึกฝน...เรื่องที่สาม เป็นเรื่องที่คุณทำได้ดี และสร้างรายได้ให้กับคุณ...และ เรื่องที่สี่ สังคมนี้ โลกนี้ต้องการอะไร ต้องการคนแบบไหน ต้องการสภาพแวดล้อมอย่างไร...ถ้าคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็แสดงว่าคุณเริ่มจะเข้าใจตัวเอง และรู้จักตัวเองมากขึ้นแล้วครับ..."

"จริงรึเปล่าครับอาจารย์...ตอบคำถามแค่ ๔ เรื่องนี้ จะทำให้เรารู้เป้าหมายชีวิตของเราได้เลยเหรอครับ...?"

"ใกล้แล้วครับ แต่ยังไม่ถึงที่สุดนะ...มีรายละเอียดเพิ่มเติมครับ...เอายังงี้จะดีมั๊ย...คุณกลับไปตอบคำถามเหล่านี้มาก่อน แล้วเรามาคุยกันเพิ่มเติม..."

"พรุ่งนี้เหรอครับอาจารย์...ผมคิดว่าคงทำไม่ทันครับ..."

"เรากลับมาคุยกันเมื่อคุณพร้อมนะครับ...ค่อยๆ คิดไป ชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ..."

"ครับ อาจารย์..."

การสนทนาก็จบลงด้วยประการฉะนี้...👌




วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ສູດສຳເລັດນັ້ນມີຫຼາຍ ແຕ່ຈະສຳເລັດບໍ່ ນັ້ນແມ່ນອີກເລື່ອງໜຶ່ງ...ຕອນທີ່ 7

...ທວນຄວາມຄືນແດ່ຈັກໜ້ອຍ...ການສັງລວມຄວາມເປັນຕົວຕົນຂອງເຮົາ ມີ 4 ຂັ້ນຕອນ ແມ່ນ...
ການຊອກຫາ "ຄວາມປາດຖະໜາຂອງຊີວິດ"
ການຊອກຫາ "ວິຊາຊີບ"
ການຊອກຫາ "ຄຸນຄ່າຂອງວຽກເຮົາ ທີ່ໃຫ້ກັບສັງຄົມ ໃຫ້ກັບໂລກໃບນີ້" ແລະ
ການຊອກຫາ "ພາລະກິດການໃຊ້ຊີວິດ"

...ໃນການຊອກຫາ "ພາລະກິດການໃຊ້ຊີວິດ" ໃຫ້ເຮົານຳເອົາສິ່ງທີ່ເຮົາໄດ້ພິຈາລະນາວ່າ "ໂລກນີ້ ສັງຄົມນີ້ຕ້ອງການຫຍັງ" ມາສົມທຽບກັບ "ສິ່ງທີ່ຕົວເອງມັກ ຢາກເຮັດ ໂດຍທີ່ບໍ່ມີຜູ້ໃດມາບັງຄັບ" ແລະພິຈາລະນາຢ່າງເລິກເຊິ້ງ ເຮົາກໍຈະໄດ້ຂໍ້ສະຫຼຸບອອກມາ...

...ແລະກໍເຊັ່ນເຄີຍ ຜູ້ຂຽນຂໍຍົກຕົວຢ່າງຂອງຜູ້ຂຽນທີ່ໄດ້ກຳນົດ "ພາລະກິດການໃຊ້ຊີວິດ" ຂອງຕົວເອງອອກມາ...ຜູ້ຂຽນເຊື່ອວ່າ "ໂລກນີ້ ສັງຄົມນີ້ຕ້ອງການຜູ້ຟັງທີ່ດີ, ຕ້ອງການຄົນເບິ່ງໂລກໃນມຸມທີ່ດີໆ, ຕ້ອງການຄວາມສະຫງົບສຸກ ສັນຕິພາບ, ຕ້ອງການຜູ້ນຳທາງຄວາມຄິດ..." ສ່ວນສິ່ງທີ່ຕົວເອງມັກ ຢາກເຮັດ ແມ່ນ "ການເດີນທາງທ່ອງທ່ຽວ, ມັກການຂຽນໜັງສື, ມັກການອ່ານໜັງສື, ມັກການຂັບລົດ, ມັກສ້າງຄົນ ສອນຄົນ, ມັກເຮັດເລື່ອງນ້ອຍໆ ແຕ່ມີພະລັງ..." ເມື່ອພິຈາລະນາແລ້ວ ຜູ້ຂຽນກໍຈະໄດ້ "ພາລະກິດຂອງການໃຊ້ຊີວິດ" ວ່າ "ການສື່ສານເລື່ອງຕ່າງໆ ທີ່ສ້າງພະລັງຊີວິດໃຫ້ກັບຄົນອື່ນ, ສ້າງຄົນທີ່ມີຄຸນນະພາບໃຫ້ກັບສັງຄົມ..."

...ໃນຂັ້ນຕອນຕໍ່ໄປ ກໍເປັນການກຳນົດ ເປົ້າໝາຍຊີວິດຂອງຕົວເອງ ຫຼື Ikigai ປັດຊະຍາການໃຊ້ຊີວິດຂອງຄົນຍີ່ປຸ່ນ ບອກໄວ້ວ່າ "ເປັນເຫດຜົນທີ່ຈະເຮັດໃຫ້ເຮົາຕື່ນຂຶ້ນມາ ລຸກມາໃຊ້ຊີວິດຢ່າງເບີກບານໃຈ..." ການກຳນົດເຮັດໄດ້ໂດຍນຳຜົນທີ່ໄດ້ຈາກການຊອກຫາຕົວເອງມາພິຈາລະນາລວມກັນ ເຊິ່ງຜູ້ຂຽນ ກໍໄດ້ກຳນົດເປົ້າໝາຍຊີວິດຕົວເອງໄດ້ວ່າ "ນັກເລົ່າເລື່ອງ ເພື່ອສ້າງພະລັງຊີວິດ ແລະ ສ້າງທາງເລືອກໃນການພັດທະນາຕົວເອງ ແລະ ພັດທະນາສັງຄົມ..."

...ກໍຄົງຈະບໍ່ຍາກປານໃດໃນການຊອກຫາຕົວເອງ ແລະ ກຳນົດເປົ້າໝາຍຊີວິດຂອງຕົວເອງ ຂໍພຽງໃຫ້ເຮົາໃຊ້ເວລາກັບຕົວເອງ ພິຈາລະນາຢ່າງຄ່ອຍເປັນໄປ ບາງຄົນອາດຈະໃຊ້ເວລາຫຼາຍວັນ ຫຼາຍສັບດາ ຫຼາຍເດືອນ ກໍເປັນໄປໄດ້ ນັ້ນກໍຖືວ່າເປັນເລື່ອງທຳມະດາ ຍ້ອນຄົນແຕ່ລະຄົນໄດ້ຜ່ານປະສົບການມາບໍ່ຄືກັນ...ຄ່ອຍໆ ຄິດ ຄ່ອຍໆ ເບິ່ງ "ຊີວິດເປັນຂອງເຮົາເອງ ເຮັດໃນສິ່ງທີ່ມີຄວາມສຸກ ບໍ່ເຮັດຜູ້ອື່ນທຸກນຳ ກໍເອົາລ່ະ..."

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ສູດສຳເລັດນັ້ນມີຫຼາຍ ແຕ່ຈະສຳເລັດບໍ່ ນັ້ນແມ່ນອີກເລື່ອງໜຶ່ງ...ຕອນທີ່ 4

...ຫຼັງຈາກທີ່ເຮົາໄດ້ຊອກຫາອົງປະກອບທັ້ງ 4 ແລ້ວ ຖືໄດ້ວ່າເຮົາຜ່ານຂັ້ນ "ການຊອກຫາຕົວເອງ" ມາແລ້ວ. ຕໍ່ໄປເຮົາຈະເຂົ້າສູ່ຂັ້ນການ "ສັງລວມຄວາມເປັນຕົວຕົນຂອງເຮົາ"...ເຮົາມາເບິ່ງນຳກັນ ວ່າ ເຮົາຈະໃຊ້ປະໂຫຍດຈາກອົງປະກອບຕ່າງໆ ນັ້ນໄດ້ແນວໃດແດ່...

...ຂັ້ນທີ່ 1 ໃຫ້ເຮົາເບິ່ງ "ສິ່ງທີ່ເຮາຮັກ" ຄູ່ກັບ "ສິ່ງທີ່ເຮົາຖະໜັດ ເຮົາມີຄວາມຊຳນານ" ແລະສະຫຼຸບອອກມາໃຫ້ໄດ້ໃຈຄວາມທີ່ບອກເຖີງຕົວເອງ...ບອກເຖີງເລື່ອງ "ຄວາມປາດຖະໜາຂອງຊີວິດ". ພາສາອັງກິດ ໃຊ້ຄຳວ່າ Passion... ຄວາມປາດຖະໜາຂອງຊີວິດ ເປັນສິ່ງທີ່ເຮັດໃຫ້ເຮົາໄດ້ໃຊ້ພະລັງຂອງສິ່ງທີ່ເຮົາຮັກ ແລະ ສິ່ງທີ່ເຮົາຖະໜັດ ມາປະສົມປະສານກັນ ເຮັດໃຫ້ເຮົາໄດ້ເຫັນຕົວຕົນຈະແຈ້ງຂຶ້ນ...

ຕົວຢ່າງຈາກຜູ້ຂຽນ...ຜູ້ຂຽນ "ຮັກ" ໃນເລື່ອງການເດີນທາງ ທ່ອງທ່ຽວ ໂດຍສະເພາະໄປທ່ຽວນຳພູຜາ, ມັກການຂຽນໜັງສື, ມັກອ່ານໜັງສື, ມັກການຂັບລົດ, ມັກສ້າງຄົນ ສອນຄົນ, ມັກເຮັດເລື່ອງນ້ອຍໆ ແຕ່ມີພະລັງ...

ຜູ້ຂຽນ "ຖະໜັດ" ເລື່ອງການຟັງຄົນ ຟັງເພື່ອເຂົ້າໃຈຄົນ, ຖະໜັດເລື່ອງການເບິ່ງຄົນ ແລະ ສາມາດໄຈ້ແຍກໄດ້ ວ່າ ຜູ້ໃດມີບຸກຄະລິກ ລັກສະນະນິໄສແນວໃດ, ຖະໜັດການສອນຄົນແບບໃຫ້ເຂົາເຈົ້າຄິດເອງ...

ເມື່ອນຳ "ສິ່ງທີ່ຜູ້ຂຽນຮັກ" ແລະ "ສິ່ງທີ່ຜູ້ຂຽນຖະໜັດ" ມາລວມກັນ ກໍຈະໄດ້ "ຄວາມປາດຖະໜາຂອງຊີວິດ" ຫຼື Passion ...ສຳລັບຜູ້ຂຽນ ຄື "ການທ່ອງທ່ຽວຫາປະສົບການ, ນຳມາຖ່າຍທອດຜ່ານການຂຽນ, ການເລົ່າເລື່ອງ, ເພື່ອໃຫ້ກຳລັງໃຈຄົນ, ເປັນທີ່ປຶກສາດ້ານຊີວິດ ແລະ ວຽກງານ"...

...ຂັ້ນທີ່ 2 ເຮົາກໍນຳເອົາ "ສິ່ງທີ່ເຮົາຖະໜັດ" ກັບ "ສິ່ງທີ່ເຮັດແລ້ວສາມາດສ້າງລາຍໄດ້ໃຫ້ກັບເຮົາ" ມາພິຈາລະນາ ເພື່ອໃຫ້ເຮົາໄດ້ເຫັນ "ວິຊາຊີບ" ຂອງເຮົາ...ພາສາອັງກິດໃຊ້ຄຳວ່າ Profession...

...ຂັ້ນທີ່ 3 ໃຫ້ເຮົານຳເອົາ "ສິ່ງທີ່ເຮົາເຮັດແລ້ວສາມາດສ້າງລາຍໄດ້ໃຫ້ກັບເຮົາ" ມາລວມກັບ "ສິ່ງທີ່ໂລກຕ້ອງການ, ສັງຄົມໄດ້ຄຸນຄ່າ". ຂັ້ນນີ້ຈະເຮັດໃຫ້ເຮົາໄດ້ເຫັນ "ຄຸນຄ່າຂອງວຽກເຮົາທີ່ໃຫ້ກັບສັງຄົມ" ພາສາອັງກິດໃຊ້ຄຳວ່າ Vocation...

...ຂັ້ນທີ່ 4 ນຳເອົາ "ສິ່ງທີ່ໂລກຕ້ອງການ, ສັງຄົມໄດ້ຄຸນຄ່າ" ມາສັງລວມກັບ "ສິ່ງທີ່ເຮົາຮັກ" ເຮົາກໍຈະໄດ້ "ພາລະກິດ" ພາສາອງກິດໃຊ້ຄຳວ່າ Mission ຊຶ່ງໝາຍຄວາມໄດ້ວ່າ ເຮົາໄດ້ເຮັດໃນສິ່ງທີ່ຮັກ ແລະ ມີຄຸນຄ່າຕໍ່ສັງຄົມ...

...ລາຍລະອຽດຈະລົມສູ່ຟັງໃນຕອນຕໍ່ໄປເດີ້ເຈົ້າ...

บทความที่มีผู้เข้าอ่านมากที่สุด